วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ บริเวณถนนจันทน์ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนเย็นจิตรและถนนเซนต์หลุยส์ 3

ที่มา


ผดุง   ิจตติสัมพันธ์พร*
เจษฎา  จันทรประภา*



จากสภาพที่มักจะมีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย เมื่อมีฝนตกในพื้นที่บริเวณถนนจันทน์ถนนสาธุประดิษฐ์
ถนนเย็นจิตร และถนนเซนต์หลุยส์ 3  ึซ่งอาจจะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีสภาพเป็นแอ่ง เนื่องจากปัญหาการทรุดตัวของดินอ่อน
บริเวณดินดอนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอีกท้ังการเติบโตของเมือง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ประกอบกับท่อระบายน้ำ
และคูคลองมีขนาดเล็ก   ึจงมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำ
กองระบบท่อระบายน้ำ จึงได้สำรวจและตรวจสอบสภาพพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา พบว่า บริเวณที่ประสบปัญหา
น้ำท่วมขัง มีพื้นที่ประมาณ 3.50  ตร.กม. และมีระดับเฉลี่ย + 0.50 ม. ปัญหาการระบายน้ำเกิดจากระบบท่อระบายน้ำ
ไม่สามารถลำเลียงน้ำออกได้เนื่องจากความแตกต่างของระดับน้ำภายในและภายนอกมีน้อยมาก ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานาน
ในการระบายน้ำ   ึจงจำเป็นต้องใช้ระบบสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ดังนี


1. ก่อสร้างบ่อสูบน้ำที่บริเวณสี่แยกถนนจันทน์ตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์   เพื่อสูบน้ำจากถนนจันทน์
ลงคลองช่องนนทรี  กำลังสูบรวม  5  ลบ.ม./ ิวนาที


2. ก่อสร้างประตูระบายน้ำที่คลองมะนาว   บริเวณใกล้แยกถนนรัชดาภิเษกตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์
เพื่อสูบน้ำจากคลองมะนาวลงคลองช่องนนทรี  กำลังสูบรวม  3.50  ลบ.ม./ ิวนาที

3. ก่อสร้างประตูระบายน้ำที่คูน้ำวัดปรก บริเวณถนนเจริญราษฎร์  (ถนนเหนือ - ใต้)   เพื่อสูบน้ำลงคลอง
ยานนาวา  กำลังสูบรวม  4  ลบ.ม./ ิวนาที

4. ถนนจันทน์ก่อสร้างท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  1.00 ม. และเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.80 ม. รับปริมาณน้ำฝนที่ตก
ในพื้นที่ระบายลงคลองช่องนนทรีและแม่น้ำเจ้าพระยา ตามลำดับ



5. ถนนสาธุประดิษฐ์ก่อสร้างท่อขนาด 1.20 x 1.20 ม. และเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.60 ม. ระบายน้ำจากแยกตัดถนน
จันทน์ลงสู่คลองมะนาวและบรรจบรวมกับคลองช่องนนทรีลงสู่แม่น้ำเจ้าพระย



6. ถนนเซนหลุยส์ 3  ก่อสร้างท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  1.00 ม. และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  0.80  ม.
ระบายน้ำจากแยกตัดถนนจันทน์ลงคูน้ำวัดปรกและบรรจบรวมกับคลองยานนาวาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

7. ถนนเย็นจิตร ก่อสร้างท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.20 ม.และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.80 ม.   ระบายน้ำจาก
แยกตัดถนนจันทน์   ลงคูน้ำวัดปรกและบรรจบรวมกับคลองยานนาวาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระย


นอกจากน้ัน กองเครื่องจักรกล สำนักการระบายน้ำ ได้ดำเนินการจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดเคลื่อนที่ขนาด 500
KVA และขนาด 250 KVA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ึซ่งมีเครื่อง
สูบน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองเครื่องจักรกล ิตดต้ังตามจุดต่างๆ  ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า จำนวน 688 เครื่อง
และ เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ ีดเซล  จำนวน  259  เครื่อง  รวมท้ังสิ้น  947  เครื่อง


การติดต้ังเครื่องสูบน้ำตามจุดต่าง ๆ เป็นการติดต้ังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำหรือเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ในจุดน้ัน ๆ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ระบบระบายน้ำไม่เพียงพอ พื้นที่ลุ่มต่ำ ระบบระบายน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติหรือเป็น
พื้นที่ที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ พื้นที่ชุมชนหนาแน่น ึซ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีบริเวณและพื้นทีที่สำคัญ
และเกิดปัญหาน้ำท่วมขังหลายแห่ง ึจงได้ดำเนินการติดต้ังเครื่องสูบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณต่าง ๆ โดยการ
ประสานความร่วมมือและแนวทางแก้ไขกับกองระบบท่อระบายน้ำ เช่น บริเวณแยกถนนจันทน์บริเวณถนนสาธุประดิษฐ์
บริเวณถนนสวนพลูเป็นต้น นอกจากน้ันในพื้นที่อื่น ๆ ยังติดต้ังเครื่องสูบน้ำบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 13 และ 14 เพื่อช่วย
ระบายน้ำในซอยแจ้งวัฒนะ 14


ตดต้ังเครื่องสูบน้ำบริเวณถนนบางขุนเทียนชายทะเล ต้ังแต่คลองสนามชัย ึถงคลองเกาะโพธิ์   ิตดต้ังเครื่องสูบน้ำ
เครื่องยนต์ ีดเซล จำนวน 10  เครื่อง เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นผิวถนนบางขุนเทียนเวลาที่ฝนตกหรือน้ำทะเลหนุนสูง



จากรายงานปัญหาน้ำท่วมขังของปี2549 หลังจากงานก่อสร้างระบบระบายน้ำ และการติดต้ังเครื่องสูบน้ำแล้วเสร็จ
ในเดือนเมษายน พบว่า สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่าง









การออกแบบระบบสูบน้ำ


การออกแบบระบบสูบน้ำ
ขั้นตอนในการออกแบบระบบสูบน้ำ
ขบวนการในการออกแบบระบบสูบน้ำเพื่อนำน้ำจากแหล่งใดๆมาใช้อาจแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนด้วยกัน คือ  การเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการออกแบบและ การออกแบบ โดย การกำหนดขนาดวิธีการติดตั้ง  ตลอดจนกำหนดอุปกรณ์เครื่องควบคุมต่างๆเพื่อให้ระบบสูบน้ำนั้นทำงานได้ตรงตาม วัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด
ก.      การเก็บรวบรวมข้อมูล การออกแบบที่ดีจำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องในการออกแบบระบบสูบน้ำ  ผู้ออกแบบจะต้องทราบข้อมูลดังต่อไปนี้ คือ
1.    ลักษณะ และสภาพของแหล่งน้ำที่จะสูบ เช่นแหล่งน้ำที่จะสูบขึ้นมาใช้นั้นเป็นบึง  แม่น้ำลำคลองหรือบ่อบาดาล  ระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุด ระดับน้ำตามปกติ อัตราการไหล ความเร็วของการไหลและสิ่งที่ลอยมากับน้ำ  ในกรณีที่เป็นบ่อบาดาลและบ่อตื้นควรจะทราบอัตราการให้น้ำสูงสุดและการลด ระดับน้ำในบ่อ(Draw  Down) ขณะสูบ  คุณภาพของน้ำ  ในกรณีที่น้ำที่สูบขึ้นมานั้นมีคุณสมบัติทางเคมีหรือฟิสิกส์แตกต่างจากน้ำ ธรรมชาติมาก
2      ลักษณะ ที่ตั้งของสถานีสูบน้ำและแนวท่อ ในกรณีที่ต้องตั้งสถานีสูบน้ำถาวรจากแม่น้ำลำคลองแล้วต่อท่อไปใช้ก็จำเป็น ต้องทราบลักษณะของลาดตลิ่ง  ความสูง  และรูปตัดความยาวตลอดแนวท่อค่าระดับความสูงที่จุดต่างๆและเฮดที่ต้องการที่ จุดใช้น้ำ  เพื่อกำหนดให้มีอุปกรณ์ในระบบท่อให้เหมาะสม เช่น แนวท่อที่ตัดผ่านร่องน้ำหรือโผล่ขึ้นมาเหนือผิวดินอาจจำเป็นต้องยกระดับให้ สูงขึ้นและใช้ท่อเหล็ก  บริเวณที่แนวท่อโค้งขึ้นกว่าระดับปกติอาจต้องติดตั้งวาล์ระบายอากาศ (Air  Relief  Valve) เพื่อป้องกันมิให้โพรงอากาศกีดขวางการไหลของน้ำในท่อ  เป็นต้น
3      ลักษณะ การใช้งาน  ได้แก่อัตราการสูบปกติ  อัตราการสูบสูงสุด  ชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันสำหรับอัตราการสูบข้างต้น ช่วงเวลาที่นานที่สุดที่ยอมให้หยุดซ่อมได้ความจำเป็นที่ต้องมีเครื่องสำรอง ไว้ถ้าหากมีเหตุขัดข้อง  เป็นต้น
4      ต้น กำลังที่ใช้ขับเคลื่อนปั๊ม  ว่าต้องการใช้เป็นเครื่องยนต์  มอเตอร์  หรือต้นกำลังอื่นในกรณีที่เป็นมอเตอร์จะต้องทราบความยาวของแนวสายไฟที่จะต่อ เข้ามาใช้  ตลอดจนความเชื่อถือได้ของกระแสไฟฟ้าในบริเวณนั้นและขนาดของสายไฟว่าโตพอที่ จะให้เครื่องสูบน้ำใช้เพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่
5       จำนวน เงินลงทุนสูงสุดที่จะใช้ในโครงการได้  เนื่องจากราคาของปั๊มและอุปกรณ์ของระบบนั้นอาจแตกต่างกันมาก  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพ  ประเภท คุณสมบัติเฉพาะและอุปกรณ์พิเศษต่างๆ  ดังนั้นผู้ออกแบบควรจะทราบงบประมาณของโครงการด้วยเพื่อที่ได้เลือกใช้ปั๊ม และอุปกรณ์ให้อยู่ในวงเงินที่เหมาะสม  การเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อการออกแบบอาจจะใช้แบบฟอร์มที่ให้ไว้นี้
ข.      การออกแบบ ใน การออกแบบระบบสูบน้ำ  ผู้ออกแบบจะต้องปรึกษากับเจ้าของโครงการและบริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายปั๊มและ อุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ได้ระบบสูบน้ำโดยใช้ปั๊มและอุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้  โดยมียอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในงบประมาณที่เป็นที่พอใจของเจ้าของโครงการ
งานออกแบบในขั้นนี้จะเป็นการพิจารณาเลือก  กำหนด และให้รายละเอียดสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้  คือ
1.       เลือกกำหนดประเภทและขนาดของท่อส่งน้ำตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบท่อ
2.       เลือก ประเภทของปั๊มพร้อมต้นกำลังให้เหมาะสมกับอัตราการสูบ เฮด และแหล่งพลังงานที่มีอยู่หรือที่ต้องการใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ เช่น แผงสวิทช์ควบคุมมอเตอร์ เป็นต้น
3.       กำหนดขนาดของท่อดูดและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
4.       ใน กรณีที่เป็นปั๊มแบบเซนตริฟูกอล ก็อาจจะเลือกกำหนดวิธีการล่อน้ำ (Priming) ยกเว้นในกรณีที่เป็นเซนตริฟูกอลแบบที่ใบพัดต้องจมอยู่ในน้ำ หรือแบบล่อน้ำเองได้ (Self Priming)
5.       เลือกกำหนดขนาดและลักษณะของบ่อสูบ (Pump Sump)
6.       ให้รายละเอียดการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆที่กล่าวข้างต้น
นอกเหนือจากการพิจารณาเลือก กำหนด และให้รายละเอียดต่างๆ ดังรายการข้างบนแล้ว
ผู้ ออกแบบอาจ จะได้รับการขอร้องให้เตรียมการดำเนินการให้ด้วย เป็นต้นว่าทำบัญชีรายการอุปกรณ์และวัสดุที่ต้องใช้ กำหนดรายการรายละเอียด (Specification) เพื่อจัดซื้อหรือจ้างเหมาก่อสร้างด้วย เป็นต้น

การกำหนดประเภทและขนาดของท่อส่งน้ำ

ท่อ ส่งน้ำที่ ใช้กันทั่วๆไปก็มีท่อหล่อ (Cast Iron) ท่อเหล็กเหนียว (Steel Pipe) ท่อซีเมนต์ใยหิน หรือท่อ AC (Asbestos Cement) และท่อ PVC (Polyvinyl Chloride)
สำหรับประเทศไทยท่อส่งน้ำที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ ท่อซีเมนต์ใยหินชนิดทนความดัน ท่อชนิดนี้ผลิตขึ้นจากปูนซีเมนต์ แร่ใยหินและน้ำ เป็นท่อที่มีเนื้อเดียวกันตลอด ไร้ตะเข็บไม่เป็นสนิมทนต่อการกัดกร่อนและต่อได้สะดวกโดยใช้ข้อต่อตรงทำด้วย ซีเมนต์ใยหินเช่นเดียวกัน  หรือข้อต่อทำด้วยเหล็กหล่อมีซื่อเฉพาะว่าจีโบล์ท(Gibault)ท่อซีเมนต์ใยหิน ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทกระเบื้อง กระดาษไทยจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทปูนซีเมนต์ไทยมี 3 ระดับชั้นคุณภาพ คือ PP15,PP20 และPP25ซึ่งผ่านการทดสอบที่ความดันซึ่งเทียบให้เป็นความสูง ของแท่งน้ำ 150,200 และ250เมตรตามลำดับ    ท่อเหล่านี้กำหนดให้ใช้งานไม่เกิน 50 เปอร์เซนต์ของความดันทดสอบ  หรือเท่ากับเฮด  75,100และ125เมตรซึ่งเพียงพอสำหรับงานส่งน้ำเกือบทุกระดับ
เนื่อง จากท่อ ซีเมนต์ใยหินนั้นมีความเปราะจึงไม่เหมาะที่จะใช้เหนือผิวดินในบริเวณที่อาจ ถูกกระแทกได้ง่าย และเนื่องจากซีเมนต์ที่ใช้ทำท่อโดยทั่วๆไปเป็นแบบ Type I ซึ่งไม่ทนทานต่อซัลเฟต ดังนั้นจึงไม่ควรใช้บริเวณชายทะเลหรือบริเวณที่ดินมีซัลเฟตผสมอยู่สูงมาก ควรจะเปลี่ยนมาใช้ท่อที่ทำด้วยซีเมนต์ Type V ซึ่งสามารถทนต่อพวกเกลือซัลเฟต
สำหรับท่อ เหล็กเหนียวผลิตขึ้นโดยการนำเหล็กแผ่นมาม้วนเป็นรูปท่อแล้วเชื่อมเข้าด้วย กันเป็นแนวตรงตะเข็บเดียว หรือเป็นเกลียวรอบท่อ (Spiral Welded)ก็ได้ ความแข็งแรงของท่อขึ้นอยู่กับความหนาและคุณสมบัติของเหล็กแผ่นซึ่งเลือกได้ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องความแข็งแรงเมื่อนำมาใช้เป็นท่อส่งน้ำ อย่างไรก็ตาม ท่อเหล่านี้มีราคาแพงและอาจเกิดสนิมได้ง่ายเมื่อฝังไว้ใต้ดิน  ส่วนใหญ่จึงใช้เฉพาะส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือผิวดิน หรือบริเวณที่ต้องรับแรงกดจากภายนอกมากนั้น
ท่อเหล็กหล่อ ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ เช่น ข้องอ ข้อโค้ง สามทาง เป็นต้น สำหรับท่อ PVC ส่วนมากใช้กับงานขนาดเล็ก เช่น เป็นท่อส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค  ระบบชลประทานขนาดเล็ก เป็นต้นท่อ PVC ควรฝังอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกันกับท่อซีเมนต์ใยหิน
การ เลือกขนาด ของท่อส่งเป็นสิ่งที่ตัดสินใจได้ยากถ้าไม่มีการคำนวณเปรียบเทียบราคาของท่อ รวมติดตั้งและราคาพลังงานที่ต้องใช้ในการสูบน้ำ  เพราะถึงแม้ว่าท่อขนาดเล็กจะมีราคารวมติดตั้งถูกกว่าท่อขนาดใหญ่แต่จะมีการ สูญเสียพลังงานเนื่องจากความฝืดสูงกว่า  ดังนั้นจะต้องใช้ต้นกำลังโตและเสียค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานไฟฟ้าต่อหนึ่ง หน่วยปริมาตรของน้ำสูงกว่า  ซึ่งถ้าชั่วโมงการทำงานของปั๊มสูงพอ  ค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำรวมค่าสึกหรอของระบบที่มีท่อส่งขนาดใหญ่ก็จะถูกกว่า ระบบที่มีท่อส่งขนาดเล็ก
การคำนวณ เปรียบเทียบราคาอาจจะเริ่มโดยการเลือกขนาดท่อจากความเร็วสูงสุดในท่อดูดและ ท่อส่งที่ยอมให้ใช้ได้ดังแสดงในรูปที่ 1 จากนั้นเลือกท่อที่มีขนาดเดียวกับค่าที่คำนวณได้และที่โตกว่ามา 3-4 ขนาดทำตารางแล้วคำนวณราคารวมอุปกรณ์และค่าติดตั้งของแต่ละขนาด  สำหรับราคาท่อและอุปกรณ์จะแพงขึ้นตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่โตขึ้น  ส่วนค่าติดตั้งอาจจะไม่แตกต่างกันมากซึ่งอาจถือว่าเท่ากันได้ถ้าขนาดไม่แตก ต่างกันมาก
สำหรับค่า พลังงานซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับปริมาตรที่จะสูบโดยตรงก็คำนวณจาก ปริมาตรที่ออกแบบหรือกำหนดไว้ว่าจะสูบภายในระยะเวลาที่กำหนด  เช่น ปีละ6 ล้านลบ.เมตร  เป็นต้น เมื่อคูณค่านี้ด้วยพลังงานที่ใช้ต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรน้ำที่สูบและราคาต่อ หน่วยพลังงานก็จะได้ค่าใช้จ่ายในลักษณะเช่นเดียวกันกับค่าท่อและอุปกรณ์

ความเร็วเฉลี่ย (ฟุตต่อวินาที)
รูปที่ 1    ความเร็วสูงสุดในท่อดูดและท่อส่งที่ยอมให้ใช้ได้

เมื่อ นำค่า ใช้จ่ายต่อปีของทั้งสองอย่างมาเขียนลงในกระดาษกราฟโดยให้แกนตั้งแทนค่าใช้ จ่ายและแกนราบแทนขนาดของท่อ  ก็จะได้ความสัมพันธ์ของค่าท่อและค่าพลังงานต่อขนาดของท่อซึ่งจะมีอัตราเพิ่ม สวนทางกันและเมื่อนำความสัมพันธ์ทั้งสองมารวมกันโดยรวมค่าใช้จ่ายที่ท่อขนาด เดียวกันเข้าด้วยกันก็จะได้กราฟเป็นเส้นโค้งรูปกระทะหงายดังรูป2กราฟดัง กล่าวนี้แสดงราคารวมซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าควรเลือกใช้ท่อขนาดใดจึงจะให้ราคา ต่ำสุด  ในกรณีที่ที่เส้นกราฟแบนราบมากก็แสดงว่าราคารวมไม่แตกต่างกัน

รูปที่ 2  การเปรียบเทียบราคารวมของท่อและอุปกรณ์ และค่าพลังงานที่ใช้ในการสูบน้ำเพื่อหาขนาดท่อที่เหมาะสม

ที่มา : ปั๊มและระบบสูบน้ำ  รศ.ดร.วิบุลย์ บุญญธโรกุล


เครื่องสูบน้ำ


รายละเอียดวัสดุและคุณลักษณะ
        เครื่องสูบน้ำสามารถสูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 500 ลบ.ม/ชม. สูบส่งน้ำได้สูง 30  เมตร จำนวนรอบหมุนไม่เกิน 1,500 รอบ / นาที ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า  74%  ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเครื่องสูบน้ำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใช้งานได้จำนวน  1 ชุด มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. รายการคุณภาพทั่วไป
       เครื่องสูบน้ำใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับปั้มสูบน้ำ รวมทั้งข้อต่อส่งกำลังระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องสูบน้ำเป็นแบบต่อตรง  และจะต้อง
        1.1 เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน
        1.2 เป็นของที่หน่วยงานราชการเคยจัดซื้อและใช้งานได้ผลดีมาแล้ว หรือ
        1.3 เป็นผู้แทนจำหน่ายและให้บริการซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรืออนุญาตจากบริษัทผู้ผลิตหรือเป็นผู้ผลิตและประกอบ หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งหรืออนุญาตจากผู้แทนจำหน่ายภายในประเทศ ในกรณีที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตจะต้องมีโรงงานเป็นของตนเองมีช่างผู้ชำนาญการในการผลิตหรือประกอบเครื่องสูบน้ำ สำหรับโรงงานผลิต หรือประกอบนี้ต้องให้ผู้ซื้อ  หรือผู้แทนผู้ซื้อเข้าไปตรวจสอบได้ทุกเวลาในวันทำการ
2. เครื่องสูบน้ำ
        เป็นเครื่องสูบน้ำแบบ  Centrifugal  Pump  สามารถสูบส่งน้ำได้ไม่น้อยกว่า 500 ลบ.ม/ชม.              สูบส่งน้ำได้สูง 30  เมตร จำนวนรอบหมุนไม่เกิน 1500 รอบ / นาที ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า  74%   พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใช้งานได้จำนวน  1 ชุด  และมีรายละเอียดดังนี้
2.1 โครงสร้าง    
- เป็นเครื่องสูบน้ำเพลานอน มีช่องทางออก (Discharge Side) แนวดิ่งหรือแนวนอนสามารถ
  ถอดชุดใบพัดได้โดยไม่ต้องถอดตัวเรือนปั๊มออกจากระบบท่อ
- ตัวเรือน  แบบ  Cast Iron
- ใบพัด (Impeller)เป็นแบบปิด(Enclosed Impeller) มีความสมดุลย์ทาง Statically และ
  Dynamically  Balanced  ทำด้วย Bronze
- เพลา (Shaft)   ชนิด Stainless Steel
- Shaft  seal  เป็นแบบ  packing Mechanical  seal หรือเทียบเท่า
           2.2 ป้ายบอกรายละเอียด (Name  plate)
         ต้องมีป้าย Name  plate  ติดตั้งไว้กับตัวเรือนเครื่องสูบน้ำ และข้อมูลต้องตอก หรือเขียนลง
           บน  Name  plate  สามารถอ่านได้อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. ชื่อ , ที่อยู่  ตัวแทนจำหน่าย
2. ยี่ห้อ
3. รุ่น
4. หมายเลขเครื่อง
5. ยกน้ำได้สูง
6. อัตราการไหล
7. ความเร็วรอบ

                                                                                               2/8. เส้นผ่าน...
                                                        - 2 -

8. เส้นผ่านศูนย์กลางใบพัด
9. จำนวนใบพัดที่ใช้ขับเคลื่อน
           2.3 มอเตอร์ไฟฟ้า
        มอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 75 แรงม้า    จำนวนรอบหมุนไม่เกิน 1,500 รอบต่อนาที  ใช้กับ   ไฟฟ้า 3 เฟส พร้อมตู้ควบการทำงานแบบ Star-Delta  เพื่อให้มีกำลังที่ใช้งานต่อเนื่อง เหมาะที่จะใช้งานกับเครื่องสูบน้ำที่กำหนด      
               2.3.1 ป้ายบอกรายละเอียด (Name Plate) มีป้าย Name plate ติดตั้งไว้กับตัวเรือน มอเตอร์ไฟฟ้า และข้อมูลต้องตอกหรือเขียนลงบน  Name plate สามารถอ่านได้อย่างชัดเจนโดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ชื่อและที่อยู่ตัวแทนจำหน่าย
2. ยี่ห้อ
3. รุ่น
4. หมายเลขเครื่อง
5. แรงม้า
6. ความเร็วรอบ 
           2.4   อุปกรณ์ประกอบประจำเครื่องแต่ละชุด
              2.4.1 Foot Valve  and  Strainer  (หัวกระโหลกดูดน้ำ และหัวกรองน้ำ)                                Foot Valve เป็นแบบ  Swing Disk   จำนวน 1 ชุด  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  12 นิ้ว ( 300 ม.ม. )   และปลาย  Foot Valve ต้องมี    Strainer
                 2.4.2  Gate  Valve  and  Butterfly Check  Valve   (ประตูน้ำและประตูกันน้ำกลับ)  มีจำนวน  1 ชุด ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  12  นิ้ว ( 300 ม.ม )
                    2.4.3 Vacuum Gauge and Pressure Gauge (เครื่องวัดสูญญากาศ                                 และ เครื่องวัดความดัน)
                      . ขนาดหน้าปัดต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว
                         . ความผิดพลาดของ gauge  ไม่มากกว่า 1.5 % (Full Scale)                                            และหน่วยแสดงเป็น    kg/cm2  หรือ เมตรของน้ำ
                         . Pressur Gauge มีตัวเลขแสดงจำนวนวัดค่าได้ประมาณ 1.5 เท่า                                         ของค่า Maximum operating  pressure  และต่อเข้ากับ Sampling  cock   และ   Ball  Valve         มี เส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า  1/2  นิ้ว  และ Stop  cock  1 ชุด
ง.    Vacuum  Gauge  ต่อเข้ากับ Stop  cock  จำนวน 1 ชุด
              2.4.4  ท่อน้ำไล่อากาศเครื่องสูบน้ำ ให้ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสีชั้นปานกลางพร้อมประตูน้ำทองเหลืองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า  ½ นิ้ว   ของเครื่องแต่ละชุดโดยต่อจากท่อจ่ายน้ำประปา   หากไม่มีท่อจ่ายน้ำประปาให้ผู้ขายจัดหา  ถังน้ำทำด้วยเหล็กอาบสังกะสีเบอร์  16 บรรจุ  400 แกลลอน พร้อมขาตั้ง จำนวน 1 ชุด ติดตั้ง บนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก  ( อัตราส่วนผสมคอนกรีต 1:2:4 )   ขนาด

                                                                                                         3/ 1.50x...
                                                - 3 –

1.50 X 1.50 X 0.10 เมตร เสริมเหล็ก DB 12@ 0.15#  ทั้งชั้นบนและล่าง   แล้วต่อท่อน้ำไล่อากาศเครื่องสูบน้ำจากถังน้ำนี้
                2.4.5 ข้อลดและอุปกรณ์ข้อลด  
                         .ประสานระหว่างท่อทางดูดกับทางดูดของเครื่องสูบน้ำให้ใช้                       ข้อลดเหล็กหล่อคางหมูชนิดมีหน้าจาน  2   ข้าง  ข้างหนึ่งขนาดเท่ากับ  เส้นผ่านศูนย์กลางของท่อทางดูดอีกข้างหนึ่งมีขนาดลดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางทางดูดของเครื่องสูบน้ำประสานกันในแนวนอนโดยให้                       ระดับหลังท่อทางดูดของข้อลดคางหมู   และทางดูดของเครื่องสูบน้ำอยู่ในระดับเดียวกัน
                              .ประสานระหว่างทางส่งของเครื่องสูบน้ำกับประตูน้ำกันน้ำกลับ                       ให้ใช้ข้อลดเหล็ก ชนิดมีหน้าจาน 2 ข้าง  ข้างหนึ่งขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของทางส่งของเครื่องสูบน้ำ    อีกข้างหนึ่งขยายใหญ่เท่ากับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของประตูน้ำกันน้ำกลับหรือประตูน้ำ
                         ค.ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ตามข้อ ก. และข้อ ข. ให้แจ้งการประปาพิจารณาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และถูกต้องตามหลักวิชาการซึ่งค่าใช้จ่ายเป็นของผู้ขายทั้งสิ้น
2.4.6ท่อทางดูดและท่อทางส่ง
              ก.   ท่อทางดูดให้ใช้ขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวกะโหลก
                        ข. ท่อทางส่งให้ใช้ขนาดเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลางของ ประตูน้ำที่ต่อจากทางส่งของเครื่องสูบน้ำความยาวจากประตูน้ำเลยออกไปจนถึงจุดประสานท่อส่งน้ำกับท่อเมนเดิม
                        .   ผู้ขายจะต้องจัดหาและติดตั้งที่รองรับท่อทั้งท่อทางดูดและท่อทางส่งที่มีความมั่นคงและแข็งแรงสามารถปรับเลื่อนขึ้นลงได้และให้เว้นช่องว่างระหว่างท่อ (ทั้งท่อทางส่งและท่อทางดูด) กับผนังโรงสูบน้ำ หรือระหว่างทางดูดกับพื้นโรงสูบประมาณ  1 ซม.  
            2.5 ข้อต่อส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์ขับเครื่องสูบน้ำกับเครื่องสูบน้ำ ให้ใช้ข้อต่อแบบ  Flexible  Coupling
            2.6  ฐานเหล็กรองรับ เครื่องสูบน้ำและน็อตสกรูยึด  ฐานเหล็กโดยปกติ เป็นเหล็กเหนียวรูปตัวซี                (C - Channel) หรือตัวไอ (I - Beam) วางขนานกันมีเหล็กยึดคานเป็นช่วง ๆ เสริมกำลัง ขนาดของฐานเหล็กและเหล็กยึดต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะรับแรงกระแทกได้โดยไม่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเกินกำหนดเมื่อเดินเครื่องอันจะเป็นเหตุให้ตัวเครื่องและเครื่องควบคุมชำรุดเสียหายเร็วเกินกำหนดสกรูฝังในฐานคอนกรีตยึดฐานเหล็กต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 2  เท่า ของจำนวนสกรูยึดฐานแท่นเครื่องการใช้น็อตสกรูทุกตัวต้องใช้แหวนสปริง
            2.7  ฐานคอนกรีต ฐานคอนกรีตต้องรับน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า  1.5  เท่า  ของน้ำหนักเครื่องเครื่องสูบน้ำ หรือมีความแข็งแรงพอที่จะรองรับเครื่องสูบน้ำได้เป็นอย่างดี
            2.8  การเลือกและการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ
                2.8.1  ผู้ขายจะต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำสามารถสูบน้ำได้ ไม่น้อยกว่า 500  ลบ.ม/ชม. สูบส่งน้ำได้สูง 30 เมตร จำนวนรอบหมุนไม่เกิน 1,500 รอบ/นาที  ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า  74 %   ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเครื่องสูบน้ำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ประกอบใช้งานได้จำนวน  1 ชุด   โดยการประสานท่อจ่ายน้ำเข้ากับ ท่อเมนเดิมของการประปาให้เครื่องสูบน้ำดังกล่าวสามารถสูบจ่ายน้ำได้ตามปกติ  ตามคำแนะนำของการประปาเทศบาล